ซิงเกิ้ลล่าสุดจากดีเจหนุ่ม Kygo ใน Whats Love Got To Do With It เพลงดังรีมิกซ์จาก Tina Turner

21 กค. 2563 เวลา 14:09 น.

image


ฟัง/ดาวน์โหลดเพลงได้แล้ววันนี้ ที่นี่

     ดีเจและโปรดิวเซอร์ระดับโลกหรือ “Kygo” (Kyrre Gørvell-Dahll) หยิบเอาผลงานเพลงของศิลปินสาวดีว่าระดับซูเปอร์สตาร์ เจ้าของรางวัลแกรมมี่ “Tina Turner” ในเพลง “What’s Love Got To Do With It” ซึ่งถือว่าเป็นเพลงที่สร้างปรากฏการณ์และได้รับรางวัลแกรมมี่สาขารางวัลหอเกียรติยศ (Grammy Hall of Fame) ของสาว Tina Turner นอกจากนั้น ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 500 เพลงฮิตตลอดกาล (The 500 Greatest Songs of All Time) จากนิตยสาร Rolling Stone เพลงนี้ยิ่งมีความพิเศษมากยิ่งขึ้นเมื่อดีเจหนุ่ม Kygo นำมารีมิกซ์ใหม่พร้อมกับมิวสิควิดีโอที่มีเรื่องราวและนำแสดงโดย “Laura Harrier” (จากเรื่อง Blackkklansman) และ “Charles Michael Davis” (จากเรื่อง The Originals, The Vampire Diaries) ภายใต้สังกัด Sony Music International/Ultra Records/RCA Records.

     “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ร่วมงานกับ Tina Turner เพราะผมเติบโตมาด้วยเพลงของเธอ เพลง What’s Love Got To Do With It ก็เป็นเพลงโปรดของผมด้วย เลยรู้สึกโชคดีมากที่มีโอกาสได้รีมิกซ์เพลงนี้ ผมชอบการทำงานร่วมกับศิลปินดีว่าที่มีเพลงฮิตตลอดกาลมากๆ มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทายที่จะต้องไม่ละทิ้งบางองค์ประกอบจากเพลงต้นฉบับ และผสมผสานแนวเพลงของผมเข้าไป ผมรู้สึกดีใจมากที่มันสามารถเข้ากันได้อย่างลงตัวครับ” Kygo เล่า

     นับว่าเป็นช่วงฤดูร้อนที่น่าจดจำของดีเจหนุ่มมากความสามารถ เพราะอัลบั้มเต็มอันดับที่สามที่เพิ่งปล่อยไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาหรือ “Golden Hour” ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ซึ่งประกอบไปด้วยเพลงฮิตหรือ “Lose Somebody” ร่วมกับ OneRepublic เช่นเดียวกับเพลง “Higher Love” ร่วมกับ Whitney Houston จนทำให้มีทั้งยอดการฟังและการรับชมวิดีโอรวมกันสูงสุดถึง 651 ล้านครั้งและติดอันดับชาร์ตเพลงดังถึง 40 ชาร์ต หนุ่ม kygo ได้มีการแสดงสดครั้งแรกในเพลง “Lose Somebody” ร่วมกับ OneRepublic และเพลง “The Truth” ร่วมกับ Valerie Broussard ในคอนเสิร์ต “Good Morning America’s Summer Concert Series” และกำลังจะมีการแสดงอีกครั้งร่วมกับ OneRepublic ในรายการ The Tonight Show with Jimmy Fallon จากช่อง NBC ในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ ห้ามพลาด

 
 
รู้จัก Kygo
 
     นอกจากความสามารถทางด้านเปียโนและการเป็นเฮดไลน์จากเทศกาลดนตรีทั่วโลกแล้ว Kygo ยังเป็นอีกหนึ่งดีเจที่มีความสามารถรอบด้านด้วยฝีมือการโปรดิวซ์เพลงสุดล้ำจนทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักทั่วโลก ดีเจหนุ่มสัญชาตินอร์เวย์คนนี้เดิมแล้วมีชื่อเต็มว่า “Kyrre Gørvell-Dahll” เป็นที่รู้จักครั้งแรกเมื่อปี 2013 และกลายเป็นศิลปินเจ้าของเพลงฮิตได้อย่างรวดเร็ว มียอดการเข้าฟังทั้งหมดสูงถึง 15,000 ล้านครั้ง เช่นเดียวกันกับยอดเข้าชมมิวสิควิดีโอบน YouTube สูงถึง 3.3 พันล้านครั้งในปี 2020 จนสามารถทำลายสถิติได้มากมาย และถูกยกย่องให้เป็นศิลปินที่มาแรงที่สุดในปี 2015 (Breakout Artist of 2015) จาก Spotify ด้วยผลงานเพลงที่ชื่อว่า “Firestone” ฟีทเจอริ่ง Conrad Sewell” และ “Stole the Show” ฟีทเจอริ่ง Parson James” ที่ได้รับประกาศนียบัตรระดับแพลตินั่มและโกลด์ใน 16 ประเทศทั่วโลก จนทำให้เขาติดอันดับสถิติ “ศิลปินที่มียอดการฟัง 1 พันล้านครั้งได้รวดเร็วที่สุดบน Spotify” หนุ่ม Kygo ยังผลิตผลงานเพลงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง หรือ “It Ain’t Me ฟีทเจอริ่ง Selena Gomez” ซิงเกิ้ลที่เป็นเพลงฮิตระดับมัลติแพลตินั่ม ทะยานติดอันดับ 10 เพลงฮิตจากชาร์ต Billboard Hot 100 และนับถอยหลังสู่การมียอดการฟังหนึ่งพันล้านครั้งบน Spotify เช่นเดียวกับอัลบั้มที่อัดแน่นไปด้วยเพลงฮิตหรือ “Stargazing EP” และ “Kids In Love” จึงทำให้ “Kids In Love Tour” ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจากบัตรคอนเสิร์ตที่ขายหมดเกลี้ยงทั้ง 4 ทวีปทั่วโลก นอกจากนั้น อีกหนึ่งเพลงฮิตหรือ “Remind Me To Forget ฟีทเจอริ่ง Miguel” ก็ยังมียอดการฟังและรับชมมิวสิควิดีโอสูงถึง 812 ล้านครั้ง ไม่หมดเพียงเท่านี้ Kygo ยังได้ร่วมงานกับศิลปินสุดฮิตมากมาย เช่น U2, Imagine Dragons, The Chainsmokers, Ellie Goulding, Rita Ora และ Chelsea Cutler อีกด้วย

     ในปี 2019 ที่ผ่านมานั้น หนุ่ม Kygo ก็ยังปล่อยอีกหนึ่งซิงเกิ้ลฮิตหรือ “Higher Love” ร่วมกับ Whitney Houston จนสามารถทำลายสถิติยอดการฟังและการรับชมวิดีโอ 1 พันล้านครั้งได้อีกหนึ่งเพลง โดยไม่ละทิ้งความคลาสสิคของเพลงต้นฉบับ เปิดต้นปี 2020 ด้วยอัลบั้มเต็มลำดับที่สามภายใต้สังกัด Sony Music International/Ultra Records/RCA Records ที่ชื่อว่า “Golden Hour” ด้วยเพลง “Like It Is” กับ Zara Larsson, Tyga และ “I’ll Wait" กับ Sasha Sloan
 
มาร่วมเปล่งประกายในชั่วโมงต้องมนต์พร้อมกันกับเขาได้แล้ววันนี้

ติดตาม Kygo
Website | Facebook | Twitter | Instagram
 
เกี่ยวกับ Tina Turner
 
     ถ้าพูดถึง Tina Turner แล้ว เธอเป็นศิลปินที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกและได้มอบแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวของเธอไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งการร้องและการเต้น จนทำให้บทเพลงของเธอกลายเป็นเพลงฮิตที่อยู่ในใจของทุกคนตลอดกาล อย่างเช่นเพลง “You’re simply the best” ซึ่งเป็นเพลงที่เรียกได้ว่าแทบไม่มีใครไม่รู้จักเพลงนี้ Tina เป็นที่รู้จักในปี 1958 ตอนที่เธอเองมีอายุแค่เพียง 19 ปีในฐานะนักร้องดูโอ้คู่กับสามีของเธอหรือ “Ike Turner” จากวง Kings of Rhythm เธอใช้ชื่อว่า “Little Ann” ในซิงเกิ้ล “Boxtop” และเริ่มเป็นที่รู้จักในนามของ Tina Turner อย่างเป็นทางการในปี 1960 ด้วยซิงเกิ้ล “A Fool In Love” นอกจากนั้น เธอได้ปล่อยซิงเกิ้ลที่เป็นที่นิยมเช่นกันหรือ “It's Gonna Work Out Fine (1961)”, “River Deep – Mountain High(1966)”, “Proud Mary(1971)”, และ “Nutbush City Limits (1973)” ต่อมาในปี 1976 Tina Turner ได้แยกทางกับสามีและตัดสินใจเลิกร้องเพลงดูโอ้เพราะเหตุผลส่วนตัว และเริ่มต้นเส้นทางศิลปินเดี่ยวอย่างเป็นทางการในปี 1977 พร้อมปล่อยเพลงโคฟเวอร์ของ AI Green ที่ชื่อว่า “Let's Stay Together” จนกลายเป็นที่นิยมอีกครั้ง และในที่สุด ภายในปี 1984 เธอก็ได้ปล่อยเพลง “What's Love Got to Do with It” ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลลำดับที่สองจากอัลบั้ม “Private Dancer” ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงฮิตที่สุดในยุคสมัยนั้น นับตั้งแต่วันนั้นเอง Tina Turner ก็ได้กลายเป็นศิลปินขวัญใจแฟนๆทั่วโลก และเมื่อเดือนมีนาคมปี 2018 ที่ผ่านมานี้ ได้มีละครเวทีที่ชื่อว่า “The Tina Turner Musical” จัดขึ้นที่ London’s Aldwych Theatre จนได้รับการยกย่องให้เป็นละครเวทีที่ประทับใจที่สุดจากรายการ Radio 4’s Front Row
 
     เช่นเดียวกันกับหนังสือพิมพ์ The Times ที่กล่าวว่า “เป็นละครเวทีที่ประสบความสำเร็จที่สุด” นอกจากนั้น ยังจัดขึ้นที่ Broadway’s Lunt-Fontanne Theatre โรงละครสุดหรูในนครนิวยอร์ก ได้รับการยกย่องจากสำนักข่าว ABC ให้เป็น “เรื่องราวสุดประทับใจที่จะเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล” และ “น้ำเสียงที่ทรงพลัง ท่าเต้นที่ทะลุทะลวง และสำคัญกว่านั้นคือหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของเธอ” จาก Billboard และหากให้พูดถึงผลงานชิ้นล่าสุดของเธอที่เพิ่งปล่อยไปเมื่อเดือนตุลาคมในปี 2018 หรืออัตชีวประวัติ ‘Tina Turner: My Love Story’ ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน “Turner เป็นผู้หญิงที่กล้าหาญ ใจกว้าง และมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่” คืออีกหนึ่งคำกล่าวจากหนังสือพิมพ์เดอะไทมส์เกี่ยวกับอัตชีวประวัติชิ้นนี้ “เป็นอัตชีวประวัติที่จริงใจและนับว่าเป็นอีกหนึ่งความทรงจำของตำนานเพลงร็อคที่ดีที่สุด” (หนังสือพิมพ์เดลีเมลล์ กล่าว) และเมื่อปี 2019 ในวันเกิดครบรอบ 80 ปีของเธอนั้น Erwin หรือสามีของเธอนั้นได้ตีพิมพ์ “That’s My Life” หนังสือภาพแบบลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ได้รวบรวมจดหมายจากเพื่อนๆในวงการบันเทิงมากมายมาตีพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็น Mick Jagger, Bryan Adams และ Beyonce ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tina-turner.rocks
 
ติดตาม TINA TURNER:
Website | Facebook

Music Video เพลง What’s Love Got To Do With It



 

Local Exclusive License/Distribution of

image